บทสัมภาษณ์ผู้เขียน

IMG_6873

กวิน สุวรรณตระกูล  : ต้าร์

การทำงาน

  • CEO & Co-Founder – Strand & Great George International Company Limited
  • วิทยากรอบรมสัมนาธรุกิจ การวางแผนการเงินการลงทุนประจำบริษัทต่างๆ และ เวปไซต์ หุ้นปันผล
  • นักเขียนประจำเวปไซต์ Aom Money และ Money Channel
  • วิทยากรรับเชิญด้านการเงินรายการมือใหม่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง Money Channel

การศึกษา

  • MA Marketing Management – Middlesex University, London UK
  • Chartered Institute of Marketing (ACIM), UK

ติดต่อ

  • Email : tartar1210@gmail.com

บทสัมภาษณ์ 

1.ช่วยแนะนำตัวเองหน่อยครับ

กวิน สุวรรณตระกูล ชื่อเล่นชื่อต้าร์ครับหรือที่รู้จักกันในวงการว่า ต้าร์ กวิน เป็นนักลงทุนอิสระภายใต้หลักการออมหุ้นด้วยวิธี Dollar Cost Average และเป็นผู้ให้ความรู้ทางการลงทุนกับพนักงานตามบริษัทต่างๆ งานสัมมนาการลงทุน รวมถึงเป็นแขกรับเชิญในรายการโทรทัศน์ เวปไซต์และสื่อสิ่งพิมพ์อยู่เป็นประจำ

2. Freelance คืออะไร แล้วอะไรที่เป็นสาเหตุให้คุณต้าร์ ออกมาทำงาน freelance  ครับ

 

สำหรับผมแล้ว Freelance คือ งานอิสระที่คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณจะทำหรือไม่ทำและส่วนใหญ่มันเป็นงานที่คุณรัก จึงเลือกที่จะทำมันขึ้นมา ประเด็นของผมที่ออกมาทำงานฟรีแลนซ์ก็คงเพราะผมอยากทำงานที่ผมรักครับ ผมชอบสอนหนังสือ สอนให้คนรู้จักการออมเงินและลงทุน

เดิมทีผมก็เป็นพนักงานบริษัทเอกชนนะครับ ผมว่าจริงๆแล้วการทำงานประจำมันก็ดีที่มีรายได้มั่นคงกว่างานอิสระ แต่ผมคิดอยู่เสมอนะ ต่อให้เรามีรายได้ที่มั่งคงโดยที่เราทำงานไปเรื่อยๆ เราอาจจะลืมความฝันของเราไปว่าเราอยากจะทำอะไร และพอถึงเวลาหนึ่งทุกคนก็ต้องเกษียณแต่คุณอยากจะเกษียณแบบไหนล่ะ? แบบอายุครบ 60 ปีแล้วไม่มีใครจ้างอีกต่อไป หรือ เกษียณเพราะมีอิสรภาพทางการเงินที่ทำให้เราสามารถนำเวลามาทำในสิ่งที่เรารักได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระทางการเงิน

แน่นอนว่าคำถามที่ผมตั้งไว้ให้กับชีวิตนั้นทำให้ผมต้องเลือกเส้นทางแห่งความฝัน การมีอิสรภาพทางการเงินเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมต้องหาให้พบและนั่นก็นำไปสู่การที่ผมออกมาทำงานส่วนตัวได้ในเวลาถัดมา

3.การใช้ชีวิตในช่วงที่ทำงานประจำ และออกมาเป็น freelance แตกต่างกันบ้างไหม  แล้วแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ

แตกต่างกันมากครับ ผมเองเดิมทีทำงานในส่วนงานวางแผนกลยุทธ์ ในวันที่คุณทำงานประจำคุณจะต้องตื่นแต่เช้า แต่งตัวไปทำงานและไปถึงที่ทำงานก่อนเวลาตอกบัตรเข้างาน กลางวันทานอาหารร่วมกับพี่ๆน้องๆเพื่อนร่วมงาน มีการประชุมทั้งวันทั้งคืน Present งานให้กับผู้บริหาร แก้สไลด์ไปมา ไม่ค่อยชอบเลยเวลาถูกผู้ใหญ่นัดปประชุมตอนเย็นเลิกงานดึกๆและถูกเรียกให้มาทำงานเสาร์อาทิตย์

แต่พอทำงานอิสระแล้วเราได้มาทำงานที่ชอบจริงๆ เราพร้อมจะทำมันทุกเวลา บางงานไม่ได้เงินเราก็ยังอยากทำนะ มันมีการถึงไหนถึงกันมากๆ บางคนบอกว่าทำงานอิสระมันดีที่เราเลือกเวลาทำงานของเราได้ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศก็ได้ นั่นก็ถูกต้องแต่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะเมื่อคุณรักที่จะทำงานของคุณนะ ต่อให้ต้องประชุมคุยงานกันยันเช้า คุณก็ยินดีที่จะแต่งตัวออกไปคุยโดยไม่บ่นเหมือนการทำงานประจำ และการทำงานอิสระนั้นมันสร้างความรับผิดชอบให้ตัวเรามากยิ่งขึ้นอีก เราอาจจะต้องกลายเป็น CEO ตัวเล็กๆที่ต้องจัดการอะไรเองทุกอย่าง บางทีผมรู้สึกว่าผมทำงานหนักมากกว่าช่วงทำงานประจำซะอีก แต่ผมก็ชอบที่จะทำนะ การมีอิสรภาพทางการเงินแบบอยู่ว่างๆนี่เบื่อแย่เลย

4.ระบบการบริหารเงินก่อนและหลังจากงานประจำของพี่ต้าร์ เป็นอย่างไรบ้างครับ

 

ในช่วงทำงานประจำนั้นจะใช้การบริหารเงินเป็นรายเดือน เมื่อเรารับเงินเป็นเดือนๆออกมาแล้วเราจะต้องจัดแจงว่าส่วนไหนจะต้องออม ส่วนไหนที่เอาไว้ลงทุน ส่วนไหนที่จะต้องเอาไว้ใช้จ่าย มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆเพราะระบบถูกตั้งเอาไว้ให้เราเป็นรายเดือน แต่ในการทำงานอิสระนั้นเรามีความเสี่ยงทางด้านการเงินสูงกว่า บางเดือนเราอาจจะได้เงินเยอะ บางเดือนเราอาจจะได้น้อย บางเดือนอาจจะไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามแต่เราต้องกำหนดในเบื้องต้นไว้เลยว่าเราจะต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างต่อเดือนและเมื่อเราได้รับเงินก้อนมาก็ต้องเฉลี่ยๆให้สามารถนำเงินที่ได้มาในเดือนๆหนึ่งให้สามารถแบ่งไปใช้ในเดือนต่อๆไปได้หากเราไม่ได้มีงานอะไร แต่แน่นอนครับ ความประหยัดคือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการดำรงชีวิตไม่ว่าคุณจะทำงานประจำหรืออาชีพอิสระ

 

 5.ได้ข่าวมาว่าคุณต้าร์ เขียน blog ให้หลายที่เลยทีเดียว ช่วยเล่าถึง บล็อกของคุณต้า ว่า บล็อกหลักๆ ตอนนี้มีบล็อกอะไร เป็นบล็อกด้านไหน และแต่ละบล็อกมีความแตกต่างกันอย่างไร?

ตอนนี้ผมมีบล็อกหลักๆอยู่ 3 ที่ครับ เนื้อหาจะเขียนให้ต่างกัน

  1. www.tarkawin.com จะเป็นบล็อกส่วนตัวของผมที่เล่าแนวทางความคิดของผม ทั้งที่เขียนเองในบล็อกและจากที่เคยให้สัมภาษณ์ลงสื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงทุน การบริหารเงินที่ค่อนข้างเข้มข้น การทำธุรกิจ และเล่าในเรื่องที่ผมสนใจเป็นกรณีพิเศษเช่นประวัติศาสตร์การเงินที่น่าสนใจ
  2. www.aommoney.com เป็นเวปไซต์การลงทุนที่ผมได้รับเชิญไปร่วมเขียนกับทาง Infographic Thailand ซึ่งจะเล่าแนวทางการเงินการลงทุนง่ายๆสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสนใจการวางแผนการเงินและการลงทุนผ่านการเล่าด้วยภาพ Infographic  เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นเกร็ดการลงทุนง่ายๆและสามารถนำไปใช้ได้
  3. Columnist Blog ทาง www.moneychannel.co.th เป็น บล็อกการลงทุนของทาง Money Channel โดยผมจะเขียนเพื่อ update เหตุการณ์ที่นักลงทุนควรทราบในแต่ละช่วงเวลาที่สำคัญให้ทันเหตุการณ์

6.แรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้พี่ต้าร์มาเขียน blog เขียนหนังสือและก็เผยแพร่แนวทางของการออมในหุ้น แบบDCA

 

ในแต่ละวันผมจะเห็นนักลงทุนหน้าใหม่ขนเงินของตัวเองเข้ามาหาความมั่งคั่งจากตลาดหุ้น บางคนไม่ได้มีความรู้และประสบการณ์มาก่อน การเข้ามาแสวงหาโอกาสดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงที่สูงมาก ซึ่งมันน่าเสียดายมากที่หลายๆคนที่พยายามสร้างความมั่งคั่งของตัวเองกลับสูญเสียความมั่งคั่งไป เสียเวล เสียสุขภาพจิตและสุดท้ายก็ทิ้งความรู้สึกที่ไม่ดีกับตลาดหุ้น

มีหลายๆแนวทางในการลงทุนนั้นที่นำเสนอความสำเร็จของการลงทุน แต่เมื่อศึกษาแล้วจะรู้สึกว่าตลาดหุ้นเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องยากต่อความเข้าใจ ตั้งรู้จักวิธีการต่างๆ คำนวณอะไรหลายๆอย่างจนทำให้หลายๆคนมองว่าการที่จะประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นนั้นเป็นเรื่องยาก

สำหรับผมแล้วคิดว่าหากเราทำอะไรให้มันยาก ทำอะไรให้มันง่ายมันก็จะง่าย วิธีการลงทุนแบบ Dollar Cost Average เป็นวิธีการที่ง่ายมากในการลงทุนเพียงแค่คุณเข้าใจในหลักการลงทุน สร้างวินัยในการลงทุนและทราบถึงวิธีการเลือกหุ้นก็สามารถทำให้คุณสามารถลงทุนได้อย่างมีความสุขได้ วิธีการนี้มีมานานแล้วแต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากในหมู่นักลงทุน ผมจึงคิดว่าหากผมสามารถเสนอแนวนี้ให้กับนักลงทุนโดยแนวคิดตั้งแต่การวางแผนทางการเงินจนกระทั่งนำเงินมาลงทุนได้โดยใช้เครื่องมือที่ใครก็สามารถเข้าใจได้ มีความง่ายในตัวมันเอง ก็จะกลายเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งให้นักลงทุนสามารถสร้างความมั่งคั่งระยะยาวได้ครับ

7.มุมมองที่คุณต้ามีต่อตลาดทุนไทย อาทิ การเติบโตของปริมาณผู้เข้ามาลงทุน, ประเภทของนักลงทุน, ความเข้าใจของนักลงทุนไทยต่อหุ้น, ความพร้อมของแหล่งข้อมูลด้านหุ้น ในไทย?

ผมเองอาจจะไม่ได้ทราบถึงสถิติจริงจากตัวเลขที่เป็นทางการของจำนวนนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นะครับ แต่เท่าที่ผมสังเกตเห็นก็คือในช่วงที่ผมลงทุนครั้งแรกไม่ได้มีคนสนใจด้านการลงทุนมากเท่าปัจจุบันและในแต่ละวันผมเห็นว่าจำนวนคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ และช่วงอายุของคนที่สนใจก็หลากหลายมากขึ้น สมัยผมเริ่มลงทุนแรกๆครอบครัวและคนรู้จักในรุ่นเดียวกับคุณพ่อ ผมไม่ค่อยสนับสนุนเพราะเขาเองได้ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งมา พอผมได้เริ่มลงทุนซักระยะหนึ่งมันเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยมีการปรับระดับสูงขึ้นหลังจากวิกฤตแฮมเบอเกอร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาจนทำให้คนจำนวนมากพูดถึงเรื่องหุ้น มีคนที่ผมรู้จักเริ่มสอบถามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนในวัยทำงานรวมไปถึงน้องๆที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยและน้องๆที่เริ่มทำงานใหม่ๆ

สมัยนี้ข้อมูลทั้งหลายก็มีมากขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก ทางเลือกของนักลงทุนที่แบ่งเป็นประเภทต่างๆก็เยอะขึ้นและที่สำคัญคือมีกูรูนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นใหม่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเขาเหล่านั้นสามารถถ่ายทอดความคิดทางการลงทุนให้กับนักลงทุนมือใหม่ได้อย่างดีเพราะมีความเข้าใจถึงความต้องการและพื้นฐานของคนในวัยเดียวกัน อีกทั้งสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ เวปไซต์ที่ให้ข้อมูลวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นและธุรกิจก็มีมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าในอนาคตเราจะได้เห็นสิ่งใหม่ๆเพิ่มขึ้นอีกมากมายและเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนครับ

 8.ปัจจุบันคุณต้าร์จัดเป็น idol ด้านการเงินคนนึงเลย อยากถามย้อนกลับไปว่า เริ่มต้นออกสื่อครั้งแรกที่ไหน เมื่อไหร่ ที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีชื่อเสียงในวงการ

 

ผมออกสื่อครั้งแรกในช่วงกลางปี 2556 ในรายการมือใหม่ Season 2 ทาง Money Channel โดยเป็นพิธีกรรับเชิญในรายการเพื่อเล่าเรื่องการค้นหาเงินลงทุนของตัวเองและการนำเงินดังกล่าวมาลงทุนด้วยวิธีการ Dollar Cost Average พร้อมพิสูจน์ด้วยการซื้อด้วยตัวเลขจริงว่ามันได้ผลเป็นอย่างไร และเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่ข้อมูลที่ผมแสดงในรายการ มีนักลงทุนที่สนใจขอข้อมูลมาเป็นจำนวนมาก นั่นเป็นจุดเริ่มต้นแรกของการนำเสนอข้อมูลการลงทุนด้วยวิธีการดังกล่าวของผม ต่อมาผมจึงเสนอให้ทางเวปไซต์หุ้นปันผลที่มีแนวคิดในการทำข้อมูลจำลองการลงทุนลักษณะ DCA โดยมีการซื้อข้อมูลอดีตจากทางตลาดหลักทรัพย์เพื่อนำมาให้ผู้ที่สนใจได้ลองนำไปใช้ทดลองได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้จักผมและผมก็มีเครื่องมือที่จะช่วยกับนักลงทุนในการเพิ่มความมั่นใจกับผู้ที่สนใจแนวทาง DCA ได้ครับ

 

9.คุณต้าร์มีนักลงทุนในดวงใจ หรือบล็อกการลงทุนใดๆที่ติดตามและเป็นแรงบันดาลใจบ้าง?

จริงๆ ผมมีคนที่ผมชอบอยู่จำนวนหนึ่งนะครับ แต่ผมคิดว่าบุคคลที่มีผลต่อแนวความคิดการลงทุนของผมเลยจริงๆมีอยู่แค่ไม่กี่ท่าน

ก่อนอื่นผมต้องยอมรับว่าผมเคยเป็นแมงเม่ามาก่อนและเจ๊งกับหุ้นด้วยความไม่เข้าใจในการลงทุนในตอนแรก จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้พบกับ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมณ์ และได้ฟังมุมมองหุ้นห่านทองคำของท่านเกี่ยวกับการมองกิจการทำให้ผมเข้าใจในเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องการมองพื้นฐานของหุ้นในมุมของบัญชีงบการเงินและราคาที่ซื้อขายในตลาด ผมฟังอาจารย์เทพแค่เพียงไม่นานทำให้ผมเข้าใจได้ในทันทีเพราะท่านใช้ภาษาที่ไม่ยาก วันนั้นท่านให้หนังสือหุ้นห่านทองคำกับผมมาและผมก็ยังเอามาอ่านบ้างจนถึงทุวันนี้

ต่อมาผมเชื่อว่าใครๆก็คงอยากทราบเหมือนกันว่า ในมุมมองของนักลงทุนระดับโลกคิดอย่างไร ผมก็เลยลองซื้อหนังสือชีวะประวัติของ “วอเลนต์ บัฟเฟต” มาอ่าน ซึ่งผมพบว่าจริงๆแล้วนักลงทุนระดับโลกเขาสนใจอยู่เพียงไม่กี่เรื่องและเป็นเรื่องง่ายๆก็คือ “ซื้ออะไรแล้วจะเกิดความมั่งคั่ง” ไม่ได้มานั่งสนใจราคาซื้อขายกันทั้งวันทั้งคืนเหมือนนักลงทุนแมงเม่าอย่างผมในอดีตหรอก เขาซื้อและก็ไม่ต้องมองมันอีกแล้วก็รอเวลาที่มันจะเติบโตแค่นั้นเอง

นอกจากนี้ผมยังสนใจวิธีการคิดของนักบริหารและนักการเงินระดับโลกอย่าง ตระกูลร๊อกกี้เฟเลอร์ ตระกูลร๊อตไชล์ รวมไปถึงแนวคิดการทำธุรกิจการลงทุนในแบบยิว เวลาเราพูดถึงคนในประวัติศาสตร์เราจะได้เห็นว่าคนในอดีตเขาตัดสินใจอย่างไรในการลงทุนด้วยสถานการณ์ต่างๆกัน ทำไมหลายๆคนถึงสามารถทำกำไรที่เกิดในช่วงวิกฤตได้ เขามีมุมมองในการแก้ปัญหาธุรกิจอย่างไร และด้วยประวัติศาสตร์มันเป็นกงล้อ ซักวันมันจะย้อนกลับมาหาคนรุ่นต่อๆมา ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ผมสามารถนำประสบการณ์ของคนในอดีตมาใช้ในการสร้างทางเลือกในการลงทุนของผมได้เช่นกัน

10.คุณต้าร์ทำงานหลายอย่างไปด้วยเขียนหนังสือไปด้วย เขียนบล็อกไปด้วย และต้องศึกษาพัฒนาความรู้การลงทุนไปด้วยตลอดเวลา อยากให้แชร์เทคนิคการบริหารเวลาในการทำสิงต่างๆ ช่วงเวลาที่ท้อใจ หรือคิดเนื้อหาไม่ออก เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเวลาทำสิ่งที่รักครับ?

 

การแบ่งเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมากของชีวิตนะครับ ผมจะกำหนดเป้าหมายของตัวเองไว้เลยในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ และแต่ละเดือนว่าจะต้องทำอะไรบ้าง มันก็จริงอยู่นะครับว่าโลกเราไม่ได้มีอะไรที่จะได้ดั่งใจ 100% หรอก หลายๆอย่างก็ต้องปรับเปลี่ยนบ้างเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ พูดได้ว่าเราอาจจะต้องมีแผนหลักอยู่เป็นแกนและส่วนที่เสริมที่ต้องให้เวลามันปรับเปลี่ยนได้ ทั้งนี้ต้องอย่าลืมว่า ชีวิตของเราไม่ได้มีแค่เรื่องงานเท่านั้นนะครับ เรายังมีแง่มุมอื่นๆด้วยเช่นกัน อย่างผมเองก็จะต้องหาเวลาออกไปท่องเที่ยว พบปะเพื่อนฝูง ไปเรียนในสิ่งที่สนใจและหาเวลาทำงานอดิเรกของตัวเองด้วยเช่นกัน

ในช่วงเวลาที่ท้อใจหรือคิดงานไม่ออกมันก็มีอยู่ล่ะ ผมก็อาจจะบ่นๆบ้าง แต่ก็ต้องรู้อยู่ในใจละว่าการบ่นมันเป็นแค่วิธีการหนึ่งที่ทำให้เราได้พูดในสิ่งที่ต้องการ แต่ทุกปัญหาเราต้องแก้ไขมันให้ได้ โดยเริ่มจากการคิดและตั้งสติให้ดีว่าเราจะหาทางออกกับมันอย่างไร ผมเชื่อว่าในโลกนี้มันก็คงไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของเราอยู่แล้วล่ะครับ เวลาเราคิดงานไม่ออก ลองถามเพื่อนบ้าง ถามครอบครัวบ้าง การขอความเห็นหลายๆคนมาช่วยคิดมันจะทำให้เราได้ความคิดใหม่ๆได้อีกมากมายเลยครับ

11.สำหรับผลงานหนังสือเล่มล่าสุด ออมหุ้น อยากให้เล่าเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ ที่มาที่ไป ระยะเวลาในการเขียน และผู้อ่านจะได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้บ้างครับ?

หนังสือเล่มนี้ผมใช้เวลาเขียนประมาณ 3 เดือน มันเริ่มต้นมาจากแนวคิดว่าผมจะทำอย่างไรที่จะทำให้คนที่เป็นนักลงทุนสามารถสร้างความสุขจากการลงทุนและความมั่งคั่งได้พร้อมๆกัน โดยถ่ายทอดเนื้อหาจากประสบการณ์จริงและแนวความคิดของผมในรูปแบบที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับทุกท่านที่สนใจในการออมหุ้นครับ

สิ่งที่ผู้อ่านจะได้จากหนังสือเล่มนี้คงไม่ใช่ หุ้นเด็ด 100 เด้ง ที่ทำให้คุณรวยเร็วๆภายในเวลาแค่ในวัน 2 วัน แต่ผมอยากจะให้หนังสือเล่มนี้มีประโยชน์กับทุกคนโดยมีเป้าหมายคือ

  • เปลี่ยนความคิดในเรื่องการลงทุนจากเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายและเปลี่ยนความกลัวเป็นความเข้าใจให้คุณสามารถอยู่รอดกับตลาดหุ้นได้ทุกสถานการณ์
  • เสนอความคิดที่สามารถจับต้องได้และทุกคนสามารถเอาไปใช้ได้ไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน คุณก็สามารถวางแผนการเงินและลงทุนจนประสบความสำเร็จได้
  • แน่นอนครับว่าคุณจะมีอิสรภาพจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้นเมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้และลงมือปฏิบัติ

12.เป้าหมาย หรือ โครงการในอนาคตที่คิดไว้ในฐานะ Blogger สายการเงิน?

 

แน่นอนครับว่าผมอยากจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ของประเทศในสายการเงิน ตั้งแต่เรื่องของการวางแผนการเงินและการลงทุนต่อยอดให้เกิดความมั่งคั่ง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องสื่อประชาสัมพันธ์ เวปไซต์ การอบรมสัมมนา ผลงานทางหนังสือ ซึ่งจุดนี้จะเป็นก้าวแรกของผมในการไปสู่ก้าวอื่นๆในอนาคต

นอกจากนี้ผมมีแผนในใจคร่าวๆว่าหากมีเงินทุนมากขึ้นจะทำหนังสือที่มีคุณภาพเพื่อให้ความรู้กับเด็กตั้งแต่วัยปฐม-มัธยม พ่อแม่ผู้ปกครอง รวมไปถึงกลุ่มคนในอาชีพต่างๆที่ยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นหนี้ ยังห่างไกลกับความรู้ในงการจัดการด้านการเงินเพื่อให้เราสามารถร่วมสร้างสังคมที่ปลอดหนี้และสร้างประเทศไทยให้เป็นเมืองที่มีความสุขมากยิ่งขึ้นครับ

13.สิ่งที่อยากจะฝาก, ข้อคิด. คำแนะนำ ให้แก่คนที่สนใจจะเริ่มลงทุนในหุ้น?

การลงทุนในหุ้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินความสามารถ ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้หากคุณมีความเข้าใจในการลงทุนและการลงทุนต้องใช้เวลา ที่เราเห็นกูรูนักลงทุนประสบความสำเร็จจนเราอยากเดินตามเส้นทางของเขานั้น หากดูเบื้องหลังจะพบว่าเขาผ่านเวลาที่ทุกข์-สุข ผ่านการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นไปในตลาดหุ้นไม่ต่างกับคนอื่นเช่นกัน

เมื่อเราสนใจที่เราจะลงทุนแล้ว ต้องเริ่มครับ หากไม่เริ่มก็จะไม่มีวันสำเร็จ เรียนรู้ไป ฝึกฝนไปทั้งความรู้ วินัยการลงทุนและอารมณ์ของตัวเอง และเมื่อวันหนึ่งที่คุณประสบความสำเร็จแล้วคุณจะหันกลับมามองตัวเองและภูมิใจในความสำเร็จของคุณเลยทีเดียว

Powered by WordPress. Designed by Woo Themes